จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เครื่องแต่งตัวลิง


เครื่องแต่งตัวลิง   (หนุมาน)
วานนรสำคัญตัวหนึ่ง ในเรื่องโขน
เครื่องแต่งตัวลิง
     บรรดาวานรตัวสำคัญอื่นๆ ในเรื่องโขนก็คงแต่งกายคล้ายกันนี้ ต่างกันแต่สี และลักษณะของหัวโขน ซึ่งนายช่างได้บัญญัติและประดิษฐ์ทำให้แปลกและแตกต่างกันโดยเฉพาะในบรรดาหัวยักษ์มีอยู่ราว ๔๐ ชนิด แต่บางคราวและ บางตัวที่มีความสำคัญน้อย ก็ไม่ต้องแต่งครบทุกอย่างตามนี้ก็ได้

เครื่องแต่งกายยักษ์


เครื่องแต่งยักษ์  (ทศกัณฐ์) 
พญายักษ์ตัวสำคัญที่สุดในเรื่องโขน
เครื่องแต่งยักษ์
     
  บรรดาพญายักษ์ตัวสำคัญอื่นๆ ในเรื่องโขนก็คงแต่งกายคล้ายกันนี้ ต่างกันแต่สี และลักษณะของหัวโขน ซึ่งนายช่างได้บัญญัติและประดิษฐ์ทำให้แปลกและแตกต่างกันโดยเฉพาะในบรรดาหัวยักษ์มีอยู่ราวร้อยชนิด แต่บางคราวและ บางตัวที่มีความสำคัญน้อย ก็ไม่ต้องแต่งครบทุกอย่างตามนี้ก็ได้



เครื่องแต่งตัวนาง
 เครื่องแต่งตัว ตัวนาง

เครื่องแต่งตัวพระ


เครื่องแต่งตัวพระ
เครื่องแต่งตัว ตัวพระ
ขวาของภาพ แสดงเสื้อแขนสั้น ไม่มีอินทรธนู
ซ้ายของภาพ แสดงเสื้อแขนยาว มีอินทรธนู
  
หมายเหตุ.- บางครั้งไมจำเป็นต้องแต่งครบชิ้นตามนี้ก็ได้


เครื่องแต่งกายโขนละคร


เครื่องแต่งกายโขนละคร     มนุษย์มีความจำเป็นที่จะต้องมีเครื่องแต่งกาย ในระยะแรกคงจะมีเพียงเครื่องนุ่งและเครื่องห่ม เพื่อช่วยป้องกันร่างกายจากความหนาวร้อน ป้องกันความละอายและป้องกันอันตรายจากธรรมชาติ เช่นความแปรปรวนของดินฟ้าอากาศ และพิษภัยจากสัตว์และแมลง ในระยะต่อมามนุษย์รู้จักรักสวยรักงาม จึงเริ่มคิดประดิษฐ์ทำเครื่องประดับเพิ่มเติมขึ้น เช่น เครื่องประดับอวัยวะบางส่วน มีกำไลเท้า กำไลมือ กำไลแขน และเครื่องคล้องคอ ห้อยคอ ตลอดจนเครื่องประดับศีรษะ ทำด้วยไม้ ทำด้วยดินเผา ทำด้วยกระดูก ทำด้วยหิน เขี้ยวหรือฟันสัตว์ ทำด้วยโลหะและหินอันมีค่า เช่น ทองเงิน นาก และเพชรพลอยต่างๆ เป็นต้น
ที่มาของเครื่องแต่งกายโขนละคร     ศิลปะการแสดงโขนละครของไทยเรา เป็นการละเล่นแบบเก่าที่มีแบบแผนสืบมาช้านาน ตามหลักฐานปรากฏว่ามีมาแต่ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๐ ดังท่านผู้รู้ซึ่งค้นค้วาเรื่องตำรา ทางละครโขนลงความเห็นตรงกันว่า โขนละครของไทยนั้นน่าจะได้เค้าแบบเครื่องแต่งกายมาจากสิ่งต่างๆ อันได้แก่
๑.     ลัทธิศาสนา
๒.   เครื่องทรงพระมหากษัตริย์
๓.    ภาพเขียน ภาพปั้น และภาพแกะสลัก


นาฏยาภรณ์


 คำว่า  นาฏยาภรณ์ เป็นศัพท์ใหม่อีกคำหนึ่งของวงการโขนละคร โดยนำเอาคำว่า นาฏย อันแปลว่า การฟ้อนรำ การแสดงละคร มาผสมกับคำว่า อาภรณ์ อันแปลว่าเครื่องประดับตกแต่งหรือเครื่องแต่งกาย   รวมกันเป็นความหมายว่า  เครื่องแต่งตัวโขนละคร นั่นเอง
     เครื่องแต่งกายต่างๆ ที่สร้างขึ้นสำหรับใช้แต่งตัวเมื่อแสดงมหรสพนั้น ของไทยเรามีอยู่มากมายหลายอย่าง บางอย่างใช้สำหรับเฉพาะในการแสดงแต่ละประเภท บางอย่างใช้ผมผสานกันได้โดยทั่วๆ ไป  แบ่งออกเป็นระเภทใหญ่ๆ ได้ ๒ ประเภท คือ
     ๑. ประเภทยืนเครื่อง หมายถึงเครื่องแต่งกายโขนละครที่ใช้เป็นประจำสำหรับบอกลักษณะตัวแสดง แสดงถึงยศถาบรรดาศักดิ์ และตำแหน่ง ได้เครื่องแต่งกาย ตัวพระ นาง ยักษ์ ลิง ทั่วๆ ไป
     ๒. ประเภทลูกบท ได้แก่เครื่องแต่งกายที่แสดงฐานะลดหลั่นลงมามากกว่าประเภทยืนเครื่อง ส่วนใหญ่ใช้ในการแสดงละคร เช่นเครื่องแต่งกายที่บอกลักษณะชาติภาษาต่างๆ เป็นต้น

การแสดงพื้นเมืองภาคใต้




การแสดงพื้นเมืองภาคใต้ 
โนราเป็นศิลปะการรำและการละเล่นของชาวพื้นบ้านภาคใต้อาจแบ่งตามกลุ่มวัฒนธรรมได้ 2 กลุ่มคือ วัฒนธรรมไทยพุทธ ได้แก่ การแสดงโนรา หนังตะลุง เพลงบอก เพลงนา และวัฒนธรรมไทยมุสลิม ได้แก่ รองเง็ง ซำแปง มะโย่ง (การแสดงละคร) ลิเกฮูลู (คล้ายลิเกภาคกลาง) และซิละ มีเครื่องดนตรีประกอบที่สำคัญ เช่น กลองโนรา กลองโพน กลองปืด โทน ทับ กรับพวง โหม่ง ปี่กาหลอ ปี่ไหน รำมะนา ไวโอลิน อัคคอร์เดียน ภายหลังได้มีระบำที่ปรับปรุงจากกิจกรรมในวิถีชีวิต ศิลปาต่างๆ เข่น ระบำร่อนแต่ การีดยาง ปาเตต๊ะ เป็นต้น

การแสดงพื้นเมือง

การแสดงพื้นเมืองภาคอีสาน รำพื้นบ้านเป็นศิลปะการรำและการเล่นของชาวพื้นบ้านภาคอีสาน หรือ ภาคตะวนออกเฉียงเหนือของไทย แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มวัฒนธรรมใหญ่ ๆ คือ กลุ่มอีสานเหนือ มีวัฒนธรรมไทยลาวซึ่งมักเรียกการละเล่นว่า “เซิ้ง ฟ้อน และหมอลำ” เช่น เซิ้งบังไฟ เซิ้งสวิง ฟ้อนภูไท ลำกลอนเกี้ยว ลำเต้ย ซึ่งใช้เครื่องดนตรีพื้นบ้านประกอบ ได้แก่ แคน พิณ ซอ กลองยาว อีสาน ฉิ่ง ฉาบ ฆ้อง และกรับ ภายหลังเพิ่มเติมโปงลางและโหวดเข้ามาด้วย ส่วนกลุ่มอีสานใต้ได้รับอิทธิพลไทยเขมร มีการละเล่นที่เรียกว่า เรือม หรือ เร็อม เช่น เรือมลูดอันเร หรือรำกระทบสาก รำกระเน็บติงต็อง หรือระบำตั๊กแตน ตำข้าว รำอาไย หรือรำตัด หรือเพลงอีแซวแบบภาคกลางวงดนตรี ที่ใช้บรรเลง คือ วงมโหรีอีสานใต้ มีเครื่องดนตรี คือ ซอด้วง ซอด้วง ซอครัวเอก กลองกันตรึม พิณ ระนาด เอกไม้ ปี่สไล กลองรำมะนาและเครื่องประกอบจังหวะ การแต่งกายประกอบการแสดงเป็นไปตามวัฒนธรรมของพื้นบ้าน ลักษณะท่ารำและท่วงทำนองดนตรีในการแสดงค่อนข้างกระชับ รวดเร็ว และสนุกสนาน 

การแสดงพื้นเมืองภาคกลาง

การแสดงพื้นเมืองภาคกลาง รำกลองยาว
เป็นศิลปะการร่ายรำและการละเล่นของชนชาวพื้นบ้านภาคกลาง ซึ่งส่วนใหญ่มีอาชีพเกี่ยวกับเกษตรกรรม ศิลปะการแสดงจึงมีความสอดคล้องกับวิถีชีวิตและพื่อความบันเทิงสนุกสนาน เป็นการพักผ่อนหย่อนใจจากการทำงาน หรือเมื่อเสร็จจากเทศการฤดูเก็บเก็บเกี่ยว เช่น การเล่นเพลงเกี่ยวข้าว เต้นกำรำเคียว รำโทนหรือรำวง รำเถิดเทอง รำกลองยาว เป็นต้น มีการแต่งกายตามวัฒนธรรมของท้องถิ่น และใช้เครื่องดนตรีพื้นบ้าน เช่น กลองยาว กลองโทน ฉิ่ง ฉาบ กรับ และโหม่ง 

การแสดงพื้นเมือง


การแสดงพื้นเมือง

เป็นศิลปะแห่งการร่ายรำที่มีทั้งรำ ระบำ หรือการละเล่นที่เป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มชนตามวัฒนธรรมในแต่ละภูมิภาค ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นภูมิภาคได้ 4 ภาค ดังนี้

การแสดงพี้นเมืองภาคเหนือ รำพื้นบ้านภาคเหนือเป็นศิลปะการรำ และการละเล่น หรือที่นิยมเรียกกันทั่วไปว่า “ฟ้อน” การฟ้อนเป็นวัฒนธรรมของชาวล้านนา และกลุ่มชนเผ่าต่าง ๆ เช่น ชาวไต ชาวลื้อ ชาวยอง ชาวเขิน เป็นต้น ลักษณะของการฟ้อน แบ่งเป็น 2 แบบ คือ แบบดั้งเดิม และแบบที่ปรับปรุงขึ้นใหม่ แต่ยังคงมีการรักษาเอกลักษณ์ทางการแสดงไว้คือ มีลีลาท่ารำที่แช่มช้า อ่อนช้อยมีการแต่งกายตามวัฒนธรรมท้องถิ่นที่สวยงามประกอบกับการบรรเลงและขับร้องด้วยวงดนตรีพื้นบ้าน เช่น วงสะล้อ ซอ ซึง วงปูเจ่ วงกลองแอว เป็นต้น โอกาสที่แสดงมักเล่นกันในงานประเพณีหรือต้นรับแขกบ้านแขกเมือง ได้แก่ ฟ้อนเล็บ ฟ้อนเทียน ฟ้อนครัวทาน ฟ้อนสาวไหมและฟ้อนเจิง 

วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

รำและระบำ


 รำ และ ระบำ

เป็นศิลปะแห่งการร่ายรำประกอบเพลงดนตรีและบทขับร้อง โดยไม่เล่นเป็นเรื่องราว ในที่นี้หมายถึงรำและระบำที่มีลักษณะเป็นการแสดงแบบมาตรฐาน ซึ่งมีความหมายที่จะอธิบายได้พอสังเขป ดังนี้

3.1 รำ รำไทยหมายถึง ศิลปะแห่งการรายรำที่มีผู้แสดง ตั้งแต่ 1-2 คน เช่น การรำเดี่ยว การรำคู่ การรำอาวุธ เป็นต้น มีลักษณะการแต่งการตามรูปแบบของการแสดง ไม่เล่นเป็นเรื่องราวอาจมีบทขับร้องประกอบการรำเข้ากับทำนองเพลงดนตรี มีกระบวนท่ารำ โดยเฉพาะการรำคู่จะต่างกับระบำ เนื่องจากท่ารำจะมีความเชื่อมโยงสอดคล้องต่อเนื่องกัน และเป็นบทเฉพาะสำหรับผู้แสดงนั้น ๆ เช่น รำเพลงช้าเพลงเร็ว รำแม่บท รำเมขลา –รามสูร เป็นต้น

3.2 ระบำ ระ และระบำหมายถึง ศิลปะแห่งการร่ายรำที่มีผู้เล่นตังแต่ 2 คนขึ้นไป มีลักษณะการแต่งการคล้ายคลึงกัน กระบวนท่ารายรำคล้าคลึงกัน ไม่เล่นเป็นเรื่องราว อาจมีบทขับร้องประกอบการรำเข้าทำนองเพลงดนตรี ซึ่งระบำแบบมาตรฐานมักบรรเลงด้วยวงปี่พาทย์ การแต่งการนิยมแต่งกายยืนเครื่องพระนาง-หรือแต่งแบบนางในราชสำนัก เช่น ระบำสี่บท ระบำกฤดาภินิหาร ระบำฉิ่งเป็นต้น

ละคร


ละคร

ละครในเป็นศิลปะการร่ายรำที่เล่นเป็นเรื่องราว มีพัฒนาการมาจากการเล่านิทาน ละครมีเอกลักษณ์ในการแสดงและการดำเนินเรื่องด้วยกระบวนลีลาท่ารำ เข้าบทร้อง ทำนองเพลงและเพลงหน้าพาทย์ที่บรรเลงด้วยวงปี่พาทย์ มีแบบแผนการเล่นที่เป็นทั้งของชาวบ้านและของหลวงที่เรียกว่า ละครโนราชาตรี ละครนอก ละครใน เรื่องที่นิยมนำมาแสดงคือ พระสุธน สังข์ทอง คาวี อิเหนา อุณรุท นอกจากนี้ยังมีละครที่ปรับปรุงขึ้นใหม่อีกหลายชนิด การแต่งกายของละครจะเลียนแบบเครื่องทรงของพระมหากษัตริย์ เรียกว่า การแต่งการแบบยืนเครื่อง นิยมเล่นในงานพิธีสำคัญและงานพระราชพิธีของพระมหากษัตริย์

โขน


นาฎศิลป์ คือ การร่ายรำที่มนุษย์ได้ปรุงแต่งจากลีลาตามธรรมชาติให้สวยสดงดงาม โดยมีดนตรีเป็นองค์ประกอบในการร่ายรำ
โขน
ทศกัณฑ์เป็นการแสดงนาฎศิลป์ชั้นสูงของไทยที่มีเอกลักษณ์ คือ ผู้แสดงจะต้องสวมหัวที่เรียกว่า หัวโขน และใช้ลีลาท่าทางการแสดงด้วยการเต้นไปตามบทพากย์ การเจรจาของผู้พากย์และตามทำนองเพลงหน้าพาทย์ที่บรรเลงด้วยวงปี่พาทย์ เรื่องที่นิยมนำมาแสดง คือ พระราชนิพนธ์บทละครเรื่องรามเกียรติ์ แต่งการเลียนแบบเครื่องทรงของพระมหากษัตริย์ที่เป็นเครื่องต้น เรียกว่าการแต่งกายแบบ “ยื่นเครื่อง” มีจารีตขั้นตอนการแสดงที่เป็นแบบแผน นิยมจัดแสดงเฉพาะพิธีสำคัญได้แก่ งานพระราชพิธีต่าง ๆ